มีคนแอบเอาชื่อเราไปใช้ จะฟ้องเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่

“ชื่อ” ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน คือ คำที่ตั้งขึ้นสำหรับเรียกคน สัตว์ สถานที่ และสิ่งของโดยทั่วๆไปหรือโดยเฉพาะเจาะจง ได้แก่ ชื่อจริง ชื่อตัว ชื่อย่อ ชื่อรอง ชื่อว่า ชื่อเล่น ชื่อเสียง และชื่อเสียงเรียงนาม

สิทธิของการใช้ชื่อ กฎหมายก็บัญญัติให้ความคุ้มครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 บัญญัติว่า สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่น โต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่น มาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับอำนาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้ บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้

ดังนั้น หากมีคนอื่นมาใช้ชื่อซ้ำกับเราแล้วทำให้เราได้รับความเสียหาย เราก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายและฟ้องขอให้ศาลระงับการใช้ชื่อนั้นได้นะครับ แต่ที่สำคัญคือคนนั้นต้องมาทำให้เราได้รับความเสียหายด้วยนะครับ

นอกจากกฎหมายจะคุ้มครองชื่อบุคคลแล้ว และยังคุ้มครองชื่อนิติบุคคล ห้างร้าน ชื่อทางการค้าหรือชื่อเครื่องหมายการค้าด้วย

เรื่องการใช้ชื่อซ้ำกับคนอื่น ก็เคยเกิดข้อพิพาทมาแล้วนะครับ มีการเอาชื่อร้านค้ามาใช้ จนมีการฟ้องร้องต่อศาล และศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาฏีกา 7391/2541 โดยวินิจฉัยว่า แม้คำว่า “เจ้าสาว” จะเป็นคำสามัญ แต่จำเลยเอาชื่อคำว่า “เจ้าสาว” มาใช้โดย จงใจให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าร้านของจำเลยคือร้านของโจทก์หรือเป็นสาขาหรือ เกี่ยวข้องกับร้านของโจทก์ การกระทำของจำเลยย่อมทำให้โจทก์เสียหายเพราะ โจทก์กับจำเลยดำเนินธุรกิจอย่างเดียวกัน แม้มิได้อยู่ในทำเลละแวกเดียวกันลูกค้า ที่นิยมในชื่อเสียงของร้านโจทก์อาจจะเข้าใจผิดไปตัดเย็บหรือซื้อชุดวิวาห์จากร้าน ของจำเลยอันเป็นการแย่งลูกค้าจากโจทก์ไปส่วนหนึ่ง และหากร้านจำเลยตัดเย็บ ชุดวิวาห์มีคุณภาพไม่ดีหรือประกอบกิจการไม่เป็นที่พอใจแก่ลูกค้าก็อาจกระทบ ต่อชื่อเสียงของร้านโจทก์ให้ต้องเสื่อมเสียไปด้วย ย่อมส่งผลต่อรายได้ของโจทก์ ดังนั้น การกระทำของจำเลยในพฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการกระทำละเมิดลิทธิใน การใช้นามที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 18 และเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 44 โจทก์จึงมีสิทธิขอให้จำเลยระงับการกระทำดังกล่าวได้

การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำคำว่า “เจ้าสาว” ซึ่งเป็นชื่อและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไปใช้ประกอบกิจการร้านจำหน่ายสินค้าของจำเลย โดยไม่มีสิทธิและ เป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์นั้น ตราบใดที่จำเลยยังคงใช้คำดังกล่าวอยู่จนถึง วันฟ้อง การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการกระทำละเมิดต่อเนื่องตลอดมา โจทก์มี สิทธิฟ้องให้จำเลยระงับการกระทำนั้นอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ได้ ฟ้องโจทก์ไม่ ขาดอายุความ

สุดท้ายคดีนี้โจทก์ชนะคดีครับ ดังนั้น หากคุณจะประกอบกิจการเปิดร้านค้าหรือจะใช้ชื่อร้านค้า คุณต้องตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับว่าไปซ้ำกับชื่อของคนอื่นหรือไม่ ถ้าชื่อซ้ำและทำให้เขาเสียหายก็อาจถูกฟ้องเช่นเดียวกับคดีนี้ก็ได้นะครับ หรือสามารถรับชมคลิปเพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>https://shorturl.asia/VrCqx

 71,019 ผู้เข้าชมเว็บไซต์,  4 views today